DNK Orchid Online
June 18, 2018, 09:36:22 pm
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News: DNK Orchid Online

ติดต่อผมทุกกรณี ที่ E-Mail : iamdankydank@gmail.com  

หรือ
   


มือถือ : 0962254496(แด๊ง)

 
Danky Dank

Create Your Badge
 
   Home   Forum Help Search Arcade Links Staff List Login Register  

+-+-
+-User
Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: June 09, 2018, 09:36:12 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
หากกำลังประสบปัญหาท่อน้ำตัน อย่าเพิ่งกริ๊งกร๊างไปหาช่างซ่อม เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ มาบอกต่อ โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น

วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา

หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

วิธีแก้ปัญหาท่อน้ำอุดตัน

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ

วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ

หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา

5. เครื่องดูดฝุ่น ดูดหมดทุกสิ่งอุดตัน

ถ้าที่บ้านมีเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถใช้ทำงานได้ทั้งพื้นที่เปียกและพื้นที่แห้ง แนะนำให้เปิดระบบการทำงานเครื่องดูดฝุ่นให้เป็นแบบเปียก จากนั้นเปิดน้ำหล่อท่อเอาไว้แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นจ่อลงไปที่ปากท่อ แล้วดูดสิ่งอุดตันท่อออกมาให้หมด

6. โซดาไฟ กัดคราบสกปรกให้หลุดออกจากท่อน้ำ

วิธีนี้ควรใช้แก้ปัญหาส้วมอุดตันเท่านั้นและควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันด้วย ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นป้องกันสายตา และหน้ากากอนามัย แล้วก็ลงมือผสมโดยการเทน้ำเย็นลงในถังประมาณ ¾ แกลลอน ตามด้วยโซดาไฟอีก 3 ถ้วยตวง ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน เมื่อเกิดฟองฟู่และไอร้อนก็รีบเทลงในชักโครก ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยเทน้ำต้มเดือดราดลงไป




12 วิธีแก้ปัญหา ท่อตัน ง่าย ๆ แม้ไม่ใช่ช่างก็ทำเองได้ ! ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/
  Reply  |  Reply with quote  


 2 
 on: June 09, 2018, 09:20:56 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
หลายๆ คนปวดหัว หนึ่งในนั้นคงนี้ไม่พ้นปัญหา “ส้วมตัน” หรือ “ชัดโครกที่กดไม่ลง” แน่ๆ ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่เชียวล่ะ บางคนก็ต้องสาละวนอยู่กับการหาที่ดูดส้วมมาปั๊มสิ่งที่อุดตันอยู่ออกไป จะมีใครบ้างล่ะที่อยากรับหน้าที่นี้ เราจึงมีเคล็บลับการแก้ส้มตันแบบง่ายๆ ที่ใช้เพียงน้ำยาล้างจานเท่านั้นมาฝากกัน

ใช้ลูกยางปั๊ม วิธีนี้เป็นวิธีแรกที่เมื่อชักโครกตัน จะเป็นสิ่งที่นิยมมากที่สุด เพราะเกือบทุกบ้านน่าจะมีติดบ้านไว้อยู่แล้ว เนื่องจากการหาซื้อลูกยางปั๊มสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ลักษณะของลูกยางปั๊ม จะเป็นหัวยางๆกลมๆ บานๆ มีด้ามต่อขึ้นมา วิธีการใช้ลูกยางปั๊ม ให้ปั๊มลงไปที่ชักโครกและกดลงให้เป็นจังหวะ ขึ้นลง ไปเรื่อยๆจนกว่าน้ำในชักโครกจะค่อยๆลดลง หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดส้วม ในส่วนวิธีนี้จะเลอะและสกปรกมากกว่าวิธีอื่น เพราะเวลากดที่ปั๊มลง ลูกยางจะดันสิ่งที่อุดตันให้ไหลออกไปจากส้วม

น้ำยาล้างจาน หากใครไม่เคยรู้จักวิธีนี้ มาดูกันว่า ใช้น้ำยาล้างจานแก้ไขปัญหา_ชักโครกตัน_นั้นได้ผลหรือไม่ อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ น้ำยาล้างจาน โดยที่เทน้ำยาล้างจานลงไปในชักโครก น้ำยาล้างจานจะทิ้งตัวลงไปด้านล่างเลย จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที น้ำยาล้างจานจะทำให้สิ่งอุดตันมันลื่นขึ้นและหลุดออกไปได้ง่าย แล้วเทน้ำร้อนตามลงไปจากนั้นสิ่งที่อุดตันก็จะไหลลงไป แล้วก็กดชักโครกเพื่อให้ลงไป เป็นวิธีที่ง่ายแต่ไม่ต้องลงทุนอะไรเพราะเป็นสิ่งที่ในบ้านนั้นมีอยู่แล้ว

ใช้งูเหล็ก สามารถซื้องูเหล็กตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปหรือในอินเตอร์เน็ตก็สามารถซื้อออนไลน์ได้ ลักษณะของงูเหล็ก จะเป็นโลหะเส้นยาวๆ และมีด้ามจับ วิธีใช้ ให้เอาสายโลหะนี้ลงไปในชักโครกให้เข้าไปลึกที่สุด จากนั้นก็หมุนด้ามจับ ช่วยให้สายโลหะปัดสิ่งที่อุดตันออกไปจากท่อ วิธีนี้ก็สามารถกำจัดสิ่งอุดตันไปได้

โซดาไฟ หลายๆคนก็จะทราบว่าโซดาไฟจะทำให้ขจัดสิ่งที่อุดตันในชักโครก ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม แต่ก่อนอื่น โซดาไฟจะมีฤทธิ์ที่กัดกร่อน โซฟาไฟค่อนข้างอันตราย ควรที่จะใส่อุปกรณ์รัดกุม ไม่ว่าจะเป็น ถุงมือ แว่นตา ผ้าปิดจมูก วิธีใช้คือ ควรเอาโซดาไฟมาทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ แล้วเอาโซดาไฟปผสมกับน้ำอุ่น นำไปราดลงในชักโครก (ควรค่อยๆเทเพราะว่าจะมีควันพุ่งออกมา จึงจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว) พอเทลงไปแล้ว สิ่งอุดตันก็จะหลุดออกไป การใช้โซดาไฟสามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บางทีอาจทำให้ท่อหลุดจากกันหรือระเบิดก็ได้ สามารถหาซื้อโซดาไฟได้ที่ร้านขายวัสดุก่อสร้าง

1. หากชักโครกคุณเกิดตันขึ้นมา ให้ลองเทน้ำยาล้างจานลงไปในชักโครกที่ตันประมาณหนึ่ง ซึ่งน้ำยาล้างจานจะหนักกว่าน้ำ มันจะทิ้งตัวลงสู่ด้านล่างทันที




หนึ่งในนั้นคงนี้ไม่พ้นปัญหา “ส้วมตัน” หรือ “ชักโครกกดไม่ลง” ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/
  Reply  |  Reply with quote  


 3 
 on: June 09, 2018, 09:03:18 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
ท่านควรจะหาเวลาสำรวจภาชนะเหล่านี้เป็นประจำ ถ้าพบว่ามีลูกน้ำก็แน่ใจได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นลูกน้ำยุงลาย
การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ครอบมุ้งเวลาลูก ๆ นอนตอนกลางวัน หรือจุดยากันยุง ฉีดพ่นยากันยุง เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การกำจัดลูกน้ำยุงก่อนที่จะกลายเป็นยุงลาย เป็นสิ่งที่แก้ปัญหาตรงต้นเหตุและได้ผลดีกว่า ซึ่งท่านสามารถจะดำเนินการได้ด้วยตนเอง และจะดียิ่งขึ้นถ้าท่านชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงกำจัดลูกน้ำยุงลายไปพร้อมกัน

โอ่งน้ำ
สำหรับโอ่งน้ำ ควรใช้วิธีปิดฝาให้มิดชิด ปิดปากโอ่งน้ำดื่มด้วยผ้ามุ้งหรือตาข่ายไนล่อน คาดเชือกรอบปากโอ่งให้แน่น แล้วจึงปิดทับชั้นนอกด้วยฝาอะลูมิเนียม เพื่อป้องกันฝุ่นละออง การปิดปากโอ่งด้วยฝาอะลูมิเนียมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับโอ่งน้ำใช้ที่ต้องใช้น้ำอยู่เป็นประจำ ให้หุ้มฝาอะลูมิเนียมด้วยผ้ามุ้งอย่างหลวมๆ เวลาปิดฝา ชายผ้าจะกรอมลงไปกับตัวโอ่ง ช่วยป้องกันไม่ให้ยุงลายเล็ดลอดเข้าไปวางไข่ในโอ่งได้

แบคทีเรียกำจัดลูกน้ำ
1. แบคทีเรียกำจัดลูกน้ำเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดินตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง
ออกฤทธิ์กำจัดลูกน้ำยุงภายใน 24 ชั่วโมง และคงประสิทธิภาพในการควบคุมลูกน้ำได้นานหลายสัปดาห์

2. ภายในเซลล์ของแบคทีเรียมีผลึกโปรตีนที่มีสารพิษ ลูกน้ำจะกินแบคทีเรียเข้าไป โดยที่ภายในกระเพาะอาหาร ของลูกน้ำมีสภาพเป็นด่าง เมื่อมีเอนไซม์ออกมาย่อยโปลีเปปไทด์ที่เป็นองค์ประกอบของผลึกโปรตีนนี้ ผลึกโปรตีนก็จะแสดงความเป็นพิษต่อ ลูกน้ำ โดยทำให้เกิดอาการเป็นอัมพาตซึ่งทำให้ลูกน้ำตายได้

3. แบคทีเรียกำจัดลูกน้ำ Bacillus thuringiensis israelensis มีประสิทธิภาพดีในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย และลูกน้ำยุงก้นปล่อง แต่ได้ผลไม่มากนักสำหรับการกำจัดลูกน้ำยุงรำคาญ ส่วนแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพดีในการกำจัดลูกน้ำยุงรำคาญ มีชื่อเรียกว่า Bacillus sphaericus

4. แบคทีเรียที่ได้รับการผลิตออกจำหน่ายตามท้องตลาดมีชื่อการค้าแตกต่างกันไป เช่น Bactimos, Teknar, VectoBac, Larvitab ฯลฯ และมีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับชนิดของแหล่งน้ำ และชนิดของลูกน้ำยุง

ปลากินลูกน้ำ
1. วิธีกำจัดลูกน้ำวิธีหนึ่งก็คือ การใช้ปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด ปลากัด โดยใส่ไว้ในโอ่งหรือบ่อซีเมนต์ที่ใส่น้ำสำหรับใช้ ปลาเหล่านี้จะช่วยกินลูกน้ำในน้ำ ซึ่งเป็นการช่วยควบคุมยุงลายได้ทางหนึ่ง
2. ปลาหางนกยูงเลี้ยงง่ายและขยายพันธุ์เร็ว พันธุ์พื้นเมืองของไทยนั้น ลวดลายไม่ค่อยสวย แต่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดีกว่าพันธุ์สวยงาม ปลาหางนกยูงกินอาหารได้หลายชนิด เช่น ลูกน้ำยุง
ตัวอ่อนแมลงต่างๆ หนอนแดง พืชน้ำ ตะไคร่น้ำ รวมทั้งลูกของมันเอง และลูกปลาอื่นๆ ด้วย ปลาหางนกยูงสามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำสะอาด และน้ำสกปรก ในธรรมชาติจะพบปลานี้ได้ทั่วไปตามลำห้วย ฝายน้ำล้น หนองน้ำ สระน้ำ อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น
3. ใส่ปลาหางนกยูง 2-10 ตัวต่อภาชนะ จะช่วยให้ปลอดลูกน้ำยุงลาย ส่วนการคุมกำเนิดปริมาณปลาหางนกยูงในภาชนะทำได้โดยการใส่เฉพาะปลาตัวผู้






เราควร กำจัดลูกน้ำยุงลาย อย่างไรจึงจะถูกวิธี และได้ผลจริง ลองมาดูคำแนะนำง่าย ๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/กำจัดลูกน้ำยุงลาย/
  Reply  |  Reply with quote  


 4 
 on: June 09, 2018, 08:02:21 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
ปัญหาที่สำคัญตามมา คือ แหล่งน้ำเน่าเสีย เป็นแหล่งเพาะพันธ์ของพาหะนำโรคมากมาย ได้แก่ เป็นแหล่งเพาะพันธ์ของลูกน้ำยุงรำคาญ ที่ออกมากัดคนกลางคืน แหล่งเพาะพันธ์ของแมลงวัน แมลงสาบ พาหะนำโรคระบาดหลยชนิดสู่คน วิธีการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสียและกำจัดแหล่งเพราะพันธ์ยุง ยังเป็นปัญหาที่สำคัญที่ยังขาดวิธีการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่จัดการน้ำเน่าเสีย โดยการนำน้ำดีมาดันไล่น้ำเสีย กำจัดลูกน้ำยุง พาหะ แมลงวัน แมลงสาบ ด้วยการใช้สารเคมี และแรงคน นั้น ยังไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องและยั่งยืน

ทาง BCI ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพครบวงจร พร้อมทั้งทีมวิจัย พัฒนา ได้คิดค้นเทคนิคกระบวนการและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วิธีบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำมา แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาน้ำเสีย การส่งเสริมการเกษตร การส่งเสริมสาธารณสุขและควบคุมป้องกันโรคระบาด โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาสุขภาวะที่มีผลมาจากยุง แมลงวัน แมลงสาบ ซึ่ง BCI สร้างสรรค์เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และมีวิธีการที่ง่าย สะดวก ต่อการใช้งานและการขยายผล ได้แก่ การนำจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพสูง บีกรีน มาใช้ในการจัดการน้ำเน่าเสียพร้อมๆ กับกำจัดลูกน้ำยุง ไข่หนอนแมลงวัน แมลงสาบ

คุณสมบัติและความโดเด่นของบีกรีน
บีกรีน ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ ชนิดผง ที่พัฒนามาจาก นวัตกรรม การผสานเทคโนโลยีชีวภาพ (จุลินทรีย์คัดสายพันธุ์) กับ นาโนเทคโนโลยี (สารเร่งปฏิกิริยา- สารสกัดจากธรรมชาติ) เพื่อใช้ในการ บำบัดแหล่งน้ำเน่าเสีย กำจัดกลิ่นเหม็น และควบคุมลูกน้ำยุง หนอน แมลงวัน ตามแหล่งน้ำเน่าเสีย กองขยะ บ่อบำบัดสิ่งปฏิกูล
คุณสมบัติของจุลินทรีย์คัดสายพันธ์ในบีกรีน มีประสิทธิภาพสูงในการ ย่อยสลายอินทรีย์สารกำจัดกลิ่นและ บำบัดน้ำเน่าเสีย และย่อยสลายไขมัน-สารอินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย ควบคุมและกำจัดลูกน้ำยุง หนอน แมลงวัน นอกจากนี้ความเด่นพิเศษของ บีกรีน คือมีสารพลังเสริมที่มีฤทธิ์ในการเร่งการย่อยสลายอินทรีย์สารและยับยังการเจริญเติบโตของลูกน้ำยุง หนอนแมลงวัน ทำให้บีกรีนมีความโดดเด่นทั้งในการบำบัดน้ำเน่าเสีย ปรับสภาพให้น้ำใส กำจัดกลิ่น ย่อยไขมัน และยังมีพลังในการกำจัดลูกน้ำยุงในแหล่งน้ำ ร่วมกับกำจัดไข่หนอนแมลงวัน แมลงสาบ ซึ่งเป็นต้นแหล่งกำเนิดของพาหะนำโรคร้ายมาสู่คน



กำจัดกลิ่น แหล่งน้ำคูคลองเน่าเสีย น้ำขัง น้ำเน่า ท่อระบายน้ำ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/
  Reply  |  Reply with quote  


 5 
 on: June 09, 2018, 07:32:45 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
ดับกลิ่นเหม็นสูตรเข้มข้น จะช่วยย่อยสลายสิ่งสกปรก ขจัดเชื้อแบคทีเรียก่อโรค ได้น้ำสะอาด และอากาศบริสุทธิ์กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม และแม่น้ำลำคลองจึงเป็นการสงวนรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี

ของเราให้อยู่กับเราและลูกหลานไปอีกนาน บริเวณที่ควรใช้ วิธีใช้ ปริมาณที่ใช้ ความถี่ที่ใช้ ผลที่ได้รับ โถส้วม ทั้งแบบชักโครก หรือนั่งยอง ในบ้านเรือน, คอนโดมิเนี่ยม หรือพาร์ทเม้นต์ เทลงในโถส้วม แล้วราดน้ำตาม ครั้งละครึ่งขวด เดือนละครั้ง กลิ่นเหม็น, ปัญหาส้วมเต็มหมดไป หากใช้เป็นประจำส้วมจะไม่เต็มตลอดกาล ไม่ต้องดูดส้วมอีกต่อไป เนื่องจากจุลินทรีย์จะย่อยสลายกากใยให้สลายเป็นน้ำ ไหลสู่ท่อระบายน้ำไป จึงไม่มีกากใยสะสมในถังส้วม

●ที่พักสัตว์เลี้ยงส่งกลิ่นเหม็น
●ท่อน้ำทิ้งส่งกลิ่นเหม็น
●ส้วมเต็มราดไม่ลง
●บำบัดด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์.
(((ปลอดภัยกับคน-สัตว์เลี้ยง 100%)))
—————————————————
●หัวเชื้อจุลินทรีย์ดับกลิ่น
-ลดกลิ่นเหม็นของที่พักสัตว์เลี้ยง
-ลดกลิ่นท่อเหม็น/ ห้องน้ำเหม็น/ บ่อบำบัดน้ำเสีย
-สลายไขมัน,ลดก๊าซไข่เน่าก๊าซแอมโมเนีย
-ฆ่าเชื้อโรค เพิ่มออกซิเจน บำบัดน้ำ กำจัดกลิ่น
—————————————————————
●ผลิตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพผลิตด้วยวัตถุดิบอย่างดี
ช่วยแก้ปัญหาน้ำเสีย และกลิ่นเหม็นอย่างได้ผล

●ย่อยสลาย-กำจัดกากไขมันอาหารอุดตันในท่อน้ำ ไม่ต้องตักไปทิ้งบ่อย หรือ ไม่ต้องตักทิ้งเลยหากทำต่อเนื่อง

●ใช้ล้างพื้น/ล้างคอกสัตว์ กำจัดคราบไขมัน สิ่งปฏิกูล
ที่ทำให้พื้นส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์

●คุณสมบัติจุลินทรีย์ EM (Effective Microorganism)●
=ย่อยสลายสารอินทรีย์(สิ่งปฏิกูล) ไขมัน ตะกอน และ.
ดับกลิ่นเหม็นต่างๆ เช่น ก๊าซแอมโมเนีย ก๊าซไข่เน่า
ได้ดี แก้ปรับค่า pH ให้เป็นกลาง



หัวเชื้อจุลินทรีย์ ขจัดเชื้อแบคทีเรียก่อโรค ได้น้ำสะอาดดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/
  Reply  |  Reply with quote  


 6 
 on: June 09, 2018, 06:29:45 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
จุลินทรีย์ ใน ไมโคร Blaze® FOG จะออกแย่งอาหารจาก สาหร่ายสีเขียว ในแหล่งน้ำ ทำให้ สาหร่ายสีเขียว อดอาหาร หิวโหย ตายไป และกลายมาเป็นอาหาร จุลินทรีย์สามารถแบ่งตัวเพิ่ม 2 เท่า ทุกๆ 20 นาที ทำให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพในการควบคุมการเกิดของสาหร่าย
จึงทำให้ปริมาณสาหร่ายสีเขียวลดลง และยับยั้งการเกิดสาหร่ายสีเขียว ทำใให้แหล่งน้ำสะอาด

ประโยชน์ที่จะได้รับ
ลดปริมาณ ไนโตรเจน อะมิโน และ ฟอสฟอรัส ในน้ำ
ควบคุมปริมาณ สาหร่ายสีเขียวแกมเงิน
ลดปริมาณกากอินทรีย์ตะกอน (เฉลี่ย 30 ซม – 60 ซม ต่อปี)
ลดกลิ่นเหม็น
ทำให้น้ำสะอาด ซึ่งดีต่อสัตว์น้ำ
ทำให้น้ำสะอาดใส
ไม่มีสารตกค้าง และปนเปื้อน

การใช้งาน
สำหรับการกำจัด และย่อยสลายตะกอนอินทรีย์ในน้ำ
ครั้งแรก ในการเริ่มต้น ควรผสม ไมโคร-เบลส 10 ลิตร สำหรับเนื้อที่ 1 ไร่ /1,600 ตารางเมตร ( 1 ลิตร/ 158 ตารางเมตร)
ครั้งต่อไป ใช้ ควรผสม ไมโคร-เบลส 2 ลิตร สำหรับเนื้อที่ 1 ไร่
ก่อนใช้งาน ควรผสมไมโคร-เบลส ในน้ำสะอาดเสียก่อน เพื่อให้จุลินทรีย์ออกจากสปอร์และพร้อมทำงาน



กำจัดสาหร่าย สีเขียวแกมน้ำเงิน อย่างเห็นผลรวดเร็ว ประหยัด ปลอดภัย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/กำจัดสาหร่าย/
  Reply  |  Reply with quote  


 7 
 on: June 09, 2018, 06:15:21 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
กรณีที่โรงงานใดใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียเป็นประจำหรือใช้บ่อย ขอแนะนำวิธีประหยัดซึ่งจะทำให้โรงงานประหยัดงบประมาณในการลงทุนบำบัดน้ำเสียที่ใช้จุลินทรีย์บำบัดได้อย่างมหาศาลยิ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่จะประหยัดได้ปีละหลายล้านบาท วิธีดังกล่าวที่จะแนะนำคือเราจะสอนให้โรงงานผลิตจุลินทรีย์ขึ้นมาใช้เองได้ที่โรงงานเลย โดยเราจะเป็นผู้สอนและให้คำแนะนำปรึกษาฟรีๆ โดยมีเงื่อนไขคือซื้อหัวเชื้อในการผลิตจากเราอย่างต่อเนื่องและเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งจะทำให้โรงงานของท่านประหยัดและมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ใช้จุลินทรีย์บำบัดอย่างเต็มรูปแบบ

ขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียด้วยการใช้จุลินทรีย์ชีวภาพ( อีเอ็ม )
ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ต่างๆซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย ทั้งนี้ จุลินทรีย์แต่ละชนิดสามารถย่อยสลายสารอินทรีย์ได้ต่างกัน เช่น โปรตีน ไขมัน เป็นต้น อย่างไรก็ดี องค์ประกอบสำคัญที่จุลินทรีย์ต้องการใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์คือก๊าซ Oxygen (O2) โดยกระบวนการบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์จะได้ O2 จากอากาศ 3 ทาง ได้แก่

4.1 Thermosiphon หรือการเคลื่อนลงสู่ที่ต่ำของน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ซึ่งจะนำ O2 ลงสู่ที่ต่ำด้วย

4.2 Photosynthesis หรือการสังเคราะห์แสงของพืชและจุลินทรีย์พืชสีเขียวเพื่อผลิตอาหารโดยจะมีการปล่อย O2 ออกมา

4.3 Thermoosmosis หรือการดูด O2 ของรากพืช (rhizosphere) อันเป็นผลจากระดับของความกดอากาศที่แตกต่างกันระหว่างภายในรากพืชกับภายนอก ทำให้ O2 ถูกดูดเข้าไปในพืช

5. การบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์และแสงแดดในบ่อ (Lagoon Treatment) แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนตามลำดับของการส่งน้ำ ได้แก่ จากบ่อพักให้ตกตะกอน (Sedimentation Pond) บ่อบำบัด (Oxidation Pond) และสิ้นสุดที่บ่อพักสุดท้าย (Polishing Pond) โดยมีบ่อพักให้ตกตะกอนจำนวน 1 บ่อ บ่อบำบัดจำนวน 3 บ่อ และบ่อพักสุดท้ายจำนวน 1 บ่อ ก่อนที่น้ำที่ได้รับการบำบัดแล้วจะถูกปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ โดยจากการทดลองพบว่า การพักน้ำในบ่อจะใช้เวลาทั้งหมด 7 วัน เพราะหากนานกว่านั้นจะทำให้เกิดภาวะเน่าซ้ำซาก (nutrification) ของน้ำจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ของจุลินทรีย์

6. น้ำที่ได้รับการบำบัดจะอยู่ในระดับที่สามารถเลี้ยงปลาในบ่อบำบัดที่สองและสามและบ่อพักสุดท้ายได้ ซึ่งการเลี้ยงปลาจะเป็นประโยชน์ช่วยในการกินแพลงตอนในน้ำ โดยในขณะนี้ได้ทดลองเลี้ยงปลาหมอเทศ ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกเทศ และปลานิล ในสัดส่วนปลา 3 ตัวต่อ 1 ตารางเมตร และเมื่อนำปลามาตรวจสอบ ไม่พบสารอันตรายและสามารถบริโภคได้





ขั้นตอนการบำบัดน้ำเสีย ด้วยการใช้ จุลินทรีย์ชีวภาพ  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/
  Reply  |  Reply with quote  


 8 
 on: May 31, 2018, 09:36:21 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคในการดูแลผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสด้วยเทคนิค 5 ประการที่คุณนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ และแนะนำว่าควรจะทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ

ใบหน้านั้นถือว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของผู้หญิงดังนั้นเราจำเป็นต้องมีใบหน้าสวยๆเอาไว้เพื่อเป็นราศีให้แก่ตัวเองนอกจากจะมีใบหน้าที่สวยแล้วหน้านั้นจะต้องขาวกระจ่างใสก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพึงมีและรู้จักที่จะดูแลรักษาสภาพหน้าของตัวเองด้วย เทคนิคดูแลผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสง่ายๆที่เรานั้นจะมาแนะนำกันในวันนี้เป็นเทคนิคที่ง่ายมากและคุณนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ใช้ระยะเวลาราวๆ 2 – 3 เดือนก็จะได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจน และถาวร หลายๆคนนั้นเลือกที่จะพึ่งเมโสหน้าใส เมโสหน้าขาวกระจ่างใส หรือว่าเลี้ยงไข้ที่คลินิค เลือกเข้าคลินิคความงามต่างๆเพื่อเลี้ยงไข้ตัวเอง ถ้าไม่มีการฉีดหรือการขัดหน้าพอกหน้าด้วยสูตรต่างๆก็สามารถกลับมามีสภาพหน้าที่ดำอีกครั้งได้ วันนี้เราเลยขอแนะนำเทคนิคมีผิวหน้าขาวกระจ่างใสง่ายๆ แบบสูตรธรรมชาติทำได้ดังนี้

1.ครีมกันแดด

ครีมกันแดดนั้นถือว่าสำคัญเพราะเวลาจะออกจากบ้าน แดดนอกบ้านนั้นแรงมากทำให้เรานั้น หน้าดำได้ง่ายเพราะฉะนั้นควรจะ ลงกนแดดก่อนออกนอกบ้านที่มี SPF ป้องกันแดด

2.หาสูตรพอกหน้ามาลองพอกดูบ้าง

สูตรพอกหน้าตามอินเทอร์เน็ตนั้นมีเยอะแยะมากมายลองหามาพอกดูนะคะเลือกที่ตัวเองนั้นชอบและ ดูฟีดแบคที่คนอื่นนั้นทดลองว่าได้ผลจริงหรือไม่

3.พยายามเลี่ยงแสงแดด

การเลี่ยงแสงแดดนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นพยายามออกแดดให้น้อยที่สุดเพราะแดดนั้นจะทำให้หน้าเราเกิด กะ ฝ้าแดดได้ง่าย หน้าไม่เรียบเนียน

4.เลือกรับประทานอาหารประเภท ผัก ผลไม้เพราะมีวิตามิน

อาหารนั้นสำคัญค่ะเพราะอาหารมีวิตามิน ยิ่งอยากมีผิวขาวหน้าขาวใสต้องทานผักและผลไม้เยอะๆ

5.นอนพักผ่อนให้เป็นเวลาและออกกำลังกาย

การพักผ่อนนั้นถือว่าเป็นการพักร่างกายและสมอง ดังนั้นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายทุกๆวันจะช่วยให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีขึ้นแถมยังมีผิวหน้าและผิวกายขาวใสด้วยนะ



5 เทคนิค เคล็ดลับผิวขาว ดูแลผิวตัวเองให้ขาว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/
  Reply  |  Reply with quote  


 9 
 on: May 31, 2018, 09:22:19 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
1. สำหรับการใช้งานปกติ สามารถใช้น้ำยาล้างจานกับฟองน้ำนุ่มล้างและเช็ดให้แห้งทันที ไม่ควรใช้ฝอยแข็งขัด เพราะจะทำให้ผิวสแตนเลสเป็นรอย

2.หากเกิดคราบดำ หรือเศษอาหารติดแน่นให้ใช้ผงขัดสแตนเลสแบบครีมหรือแบบน้ำ ขัดเบา ๆ ตามคำแนะนำ แล้วล้างด้วยน้ำยาล้างจานตามปกติ

3. หากใช้สแตนเลสบรรจุอาหาร หรือน้ำ ควรทำความสะอาดภาชนะทุกสัปดาห์ แล้วเช็ดให้แห้งเพื่อลดการเกิดสนิม และ ไม่ควรบรรจุกรดเข้มข้นทุกชนิด เช่น กะปิ, สารส้ม ทิ้งไว้นาน ๆ เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

วิธีเก็บรักษามีดให้ใช้ได้นาน

อย่าแช่มีดไว้ในอ่างน้ำนานๆ จะทำให้ด้ามเสียเร็ว เมื่อใช้แล้วต้องล้างทันที ล้างแล้วควรเช็ดให้แห้ง ควรเก็บไว้ในที่เสียบข้างฝา เพื่อไม่ให้คมกระทบกัน และเพื่อตากให้ด้ามแห้ง ไม้จะไม่ยุ่ย

วิธีการเก็บรักษาเขียงไม่ให้ขึ้นรา

หลังจากที่เราใช้เขียงในการหั่นผักหั่นหมูเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ให้เราล้างเขียงให้สะอาด ขูดเอาสิ่งสกปรกออก จากนั้นก็นำเกลือมาทาให้ทั่วเขียงตากแดดเอาไว้ให้แห้งสักนิดแล้วนำเข้ามาเก็บในร่มไม่ให้โดนฝน แค่นี้เราก็มีเขียงไว้ใช้นานๆแล้วค่ะไม่ต้องเปลืองตังค์ชื้อเขียงใหม่บ่อยๆค่ะ เพื่อนรู้แล้วก็อย่าลืมไปลองทำกันนะคะ

วิธีขจัดคราบน้ำมันมีดังนี้

ในน้ำต้มหมี่จะมีด่างมาก ให้ใช้ผ้าจุ่มน้ำต้มเส้น, เนยถั่ว แระนำมาเช็ดเตาอบ เตาแก๊ส และเครื่องครัวอื่นๆ จะทำให้เครื่องครัวต่างๆ สะอาดเงางามเหมือเดิม




การดูแล เครื่องครัว และอุปกรณ์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/
  Reply  |  Reply with quote  


 10 
 on: May 31, 2018, 09:01:20 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
เมื่อคุณปล่อยให้พ่อบ้านซักผ้าเอง สิ่งที่คุณต้องเจอ และต้องเตรียมใจไว้ได้เลย คือ เสื้อคุณอาจจะถูกสีตกใส่ ผ้าหด เป็นขุย หรือได้กลับมาในสภาพไม่เหมือนเดิมก็เป็นได้

การซักผ้าในสมัยนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง่ายที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แถมไม่เหนื่อย ไม่ต้องมานั่งออกแรงซักเอง หรือขยี้ผ้าให้เจ็บมือ เพียงโยนเสื้อผ้าเข้าเครื่องซักผ้า กดปุ่ม เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย แต่หารู้ไม่ว่ามันกลายเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่เคยซักผ้าเองมาก่อน ปุ่มบนเครื่องก็มีเยอะมาก แถมผ้าแต่ละแบบ แต่ละชนิดก็มีวิธีซักที่ต่างกัน เรามาดูกันดีกว่าว่าถ้าคุณแม่บ้านไม่อยู่แล้วปล่อยให้คุณพ่อบ้านซักผ้าเอง จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

มาทำความรู้จักกับเครื่องหมายบนเสื้อผ้า

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสัญลักษณ์บนเสื้อผ้า กางเกง ของเราเสียก่อนว่าแต่ละรูปมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง

• สัญลักษณ์วงกลมเปล่าๆ แปลว่าสามารถใช้ความร้อนในการซักแห้งได้

• สัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมเปล่าๆ โล่งๆ แปลว่าสามารถใช้สารฟอกสีได้

• สัญลักษณ์วงกลมในสี่เหลี่ยม มีเครื่องหมาย X คาด แปลว่าห้ามปั่นแห้งในเครื่อง / มีจุดหนึ่งจุดแปลว่าปั่นได้แต่เบา / มี 2 จุดคือปั่นได้ระดับกลาง / มี 3 จุดคือสามารถปั่นหนักได้

• สัญลักษณ์เหมือนกับเตารีด มีเครื่องหมาย X คาดแปลว่าห้ามรีดผ้า / มีจุดหนึ่งจุดคือ รีดได้แต่ใช้ไฟเบา / มีจุด 2 จุดคือ รีดได้ใช้ไฟระดับกลาง / มีจุด 3 จุดคือ รีดได้ใช้ไฟระดับแรง

• สัญลักษณ์เหมือนกระบะแล้วมีน้ำอยู่ หมายถึง อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ในการซัก มีจุดเดียวในน้ำ แปลว่าใช้อุณหภูมิต่ำ (ประมาณ 40 องศา) / มี 2 จุดแปลว่าใช้อุณหภูมิกลางๆ (60 องศา) / มี 3 จุดแปลว่าใช้อุณหภูมิสูง (ประมาณ 90 องศา)

เมื่อคุณปล่อยให้พ่อบ้านซักผ้าเองก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้!

1. ลืมเอาของออกจากกระเป๋า

ไม่ว่าจะเป็นเศษกระดาษ ตั๋วรถเมล์ ใบเสร็จ เงินเหรียญ รวมไปถึงแบงค์ยี่สิบยันแบงค์พัน บางคนถึงขั้นลืมกุญแจบ้าน และโทรศัพท์ จะเป็นอะไรก็ตามคุณไม่ควรปล่อยให้มันอยู่ในเสื้อผ้าขณะทำการซัก เพราะพวกเศษกระดาษจะยุ่ยเป็นขุยติดเต็มเสื้อผ้า อีกทั้งพวกเหรียญ กุญแจบ้าน จะไปตีเครื่องซักผ้า ทำให้เครื่องพังได้ ส่วนโทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึงเลย มีแต่พังกับพังแน่นอน
ทางที่ดีหากไม่มีใครคอยสะกิดบอกคุณ หรือไม่ได้ทำแผ่นป้ายเตือนความจำว่าอย่าลืมเอาของออกจากกระเป๋าทุกครั้งก่อนซักผ้า คุณก็ควรท่องและจำให้ขึ้นใจว่า เวลาถอดเสื้อผ้าควรเอาของออกจากกระเป๋าทุกครั้ง เพื่อสร้างเป็นนิสัยก่อนลงมือซักผ้านั่นเองค่ะ




เป็นเรื่อง…เมื่อปล่อยให้พ่อ บ้าน ซักผ้าก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้! ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/
  Reply  |  Reply with quote  


Pages: [1] 2 3 ... 10
+-Recent Topics
Powered by EzPortal
Bookmark this site! | Upgrade This Forum
SMF For Free - Create your own Forum

Buy traffic for your forum/website
traffic-masters
Powered by SMF | SMF © 2016, Simple Machines
Privacy Policy