DNK Orchid Online
February 19, 2018, 05:52:08 pm
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News: DNK Orchid Online

ติดต่อผมทุกกรณี ที่ E-Mail : iamdankydank@gmail.com  

หรือ
   


มือถือ : 0962254496(แด๊ง)

 
Danky Dank

Create Your Badge
 
   Home   Forum Help Search Arcade Links Staff List Login Register  

+-+-
+-User
Pages: [1] 2 3 ... 10
 1 
 on: January 27, 2018, 08:41:11 pm 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
ปัญหาส้วมเต็ม เป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ ไม่รู้จะแก้อย่างไร

สาเหตุ. คือ เป็นระบบส้วมซึม ใช้วงบ่อเป็นที่เก็บปฏิกูล (บ่อเกรอะ) อาศัยการซึมของ
น้ำปฏิกูลออกสู่ดินภายนอก แต่ปัญหาใหญ่คือ หลายหมู่บ้านดินบริเวณโดยรอบเป็น
ดินเหนียว ซึ่งน้ำซึมได้ยากจึงกักเก็บน้ำไว้ ยิ่งมีบ้านข้างเคียงจำนวนมาก น้ำใต้ดินก็จะ
ซึมหากันจนอิ่มตัว ไม่สามารถระบายออกภายนอกโดยการซึมได้ และยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน
น้ำก็จะซึมเข้าบ่อได้มาก จนสูบส้วมได้ 2 วัน ก็เต็มอีกแล้ว (มีแต่น้ำ)

วิธีแก้ปัญหา 1. ติดตั้งถังบำบัด (ถังแซทส์) เพิ่ม โดยต่อออกจากบ่อเก็บปฏิกูลเดิม
แล้วระบายน้ำที่บำบัดแล้วออกสู่ท่อน้ำทิ้ง แต่ถังบำบัดมีราคาสูง
อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องพิจารณาอีกที

2. แบบประหยัดงบประมาณ และง่าย ทำได้ดังนี้ (ดังรูปประกอบ)

1) ขุดฝังวงบ่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1 เมตร จำนวน

3-4 วงซ้อนกัน ซึ่งต่อไปเรียกว่า บ่อบำบัด

2) แบ่งกึ่งกลางของวงบ่อด้วยการก่ออิฐกัันให้สูงไม่เกินปากท่อที่ต่อจาก บ่อเกรอะเข้ามายังบ่อบำบัด

3) เจาะบ่อบำบัดด้านข้างเพื่อวางท่อระบายน้ำที่บำบัดแล้ว ให้ไหลสู่

ร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก โดยวางในตำแหน่งที่มีระดับปากท่อเสมอกับ

ผนังอิฐที่กั้นกลางบ่อ และให้ปลายท่อลาดเอียงต่ำลงไปยังร่องหรือท่อ

ระบายน้ำหลัก และต้องให้ปลายท่ออยู่ด้านบนของร่องหรือท่อระบายน้ำ

หรือสูงกว่าระดับน้ำในร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก เพื่อป้องกันน้ำในร่อง

หรือท่อระบายน้ำหลัก ไหลกลับเข้าไปในบ่อบำบัด

4) ปิดปากท่อที่ระบายน้ำจากบ่อบำบัดสู่ร่องหรือท่อระบายน้ำหลัก ด้วย

ฝาครอบ PVC ที่เจาะรู ขนาด 1/2 นิ้ว ให้มากที่สุดเท่าที่จะเจาะได้

เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมีเดียไหลหลุดออกไปภายนอกได้

5) ใส่ลูกมีเดียเพื่อเป็นที่จับเกาะของแบคทีเรียที่ช่วยย่อยสิ่งปฏิกูล

จำนวน 100 200 ลูก หรือมากที่สุดเท่าที่จะมากได้





วิธีแก้ปัญหา ส้วมเต็ม แบบง่ายและประหยัดงบประมาณ   เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 2 
 on: January 27, 2018, 07:15:14 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
 ไบโอโฮม สารชีวภาพเชื้อจุลินทรีย์ชนิดผง
กำจัดกลิ่น ป้องกันส้วมเต็ม ย่อยสลายกากอาหาร และเศษกระดาษชำระ

กำจัดไขมันบ่อดัก และคราบไขมันในท่อระบายน้ำ ย่อยสลายไขมัน และคราบไขมันที่เกาะในท่อระบายน้ำ หมดภาระการนำไปทิ้ง และทำให้การระบายน้ำในท่อไหลสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ทำลายสุขภัณฑ์ และไม่กัดกร่อนท่อ พีวีซี ที่มีความสามารถในการย่อยสลายกากอาหาร ตลอดจนสารอินทรีย์ทุกชนิดในเวลาอัน
รวดเร็ว โดยเฉพาะก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น อันเกิดจากการเน่าเสียของสารอินทรีย์ จึงเป็นการลดสาเหตุของการเกิดกลิ่นเหม็นได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพที่สุด

คำแนะนำเพิ่มเติม

จุลินทรีย์ไบโอโฮม สำหรับกำจัดกลิ่นเหม็น ป้องกันส้วมเต็ม ย่อยสลายของเสียในระบบโดยใช้จุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง, แก้ปัญหาส้วมเต็ม, ย่อยสลายต้นตอปัญหากลิ่นเหม็นจากบ่อเกรอะ/ท่อน้ำทิ้ง,

แก้ปัญหาบ่อซึม, ขจัดการอุดตันของไขมันในระบบท่อน้ำ
แก้ไขปัญหาท่อเต็ม ส้วมตัน ชักโครกกดไม่ลง กลิ่นเหม็นจากห้องน้ำ คราบไขมันตามท่อระบายน้ำ
ซิงค์ล้างจานอุดตัน ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ไม่ต้องพึ่งโซดาไฟ งูเหล็ก รถดูด อีกต่อไป
จุลินทรีย์ ไบโอโฮม (BioHome) ปลอดภัย ไม่มีสารเคมี ใช้ง่ายงาน
วิธีใช้ : เพียงแค่ฉีกซองเทใส่ อ่างล้างหน้า ชักโครก เพียงเทเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของเรา
ห้องน้ำ ห้องส้วม อ่างล่างจาน อ่างล้างหน้า ท่อระบายน้ำต่างๆ ของท่าน จะไม่มีกลิ่นเหม็น ส้วมไม่เต็ม
ราดน้ำลง ภายใน 48 ชั่วโมง

จุลินทรีย์ไบโอโฮม สำหรับกำจัดไขมันในบ่อดักและคราบไขมันในท่อระบายน้ำ จุลินทรีย์สำหรับห้องครัว เพื่อย่อยสลายไขมันโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการย่อยไขมันโดยเฉพาะ, ป้องกันการก่อตัวของไขมัน, ขจัดการอุดตันของไขมันในระบบท่อน้ำา/ถังดักไขมัน หมดปัญหาในการตักไปทิ้ง นำมาซึ่งความสะอาดของอ่างล้างจานและร้านค้า สำหรับแก้ไขปัญหาคราบไขมันในอ่างล้างจาน ท่อระบายน้ำตัน น้ำเอ่อ ไหลลงยาก อันเกิดจากการสะสมของคราบไขมันในท่อระบายน้ำ นอกจากนี้ยังส่งกลิ่นเหม็นและยังก่อให้เกิดแมลงวันและแมลงสาปตามมาอีกด้วย






ไบโอโฮม สารชีวภาพเชื้อจุลินทรีย์ชนิดผง กำจัดกลิ่น และ กำจัดไขมัน ในท่อระบายน้ำ   เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 3 
 on: January 27, 2018, 06:39:31 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
ข้อดี ของการใช้ทรายอะเบท ได้แก่

1. เมื่อใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่มีน้ำขัง ทรายอะเบทจะออกฤทธิ์ภายใน 1 ชั่วโมง และจะป้องกันไม่ให้เกิดลูกน้ำได้นานประมาณ 3 เดือน (ขึ้นอยู่กับวิธีการใชน้ำด้วย)

2.ทรายอะเบท เป็นสารเคมีที่มีอันตรายน้อย (LD50 8600 mg/kg.) ถ้าใส่ทรายอะเบทตามอัตราส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ จะไม่เกิดอันตรายทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

ทรายอะเบท1% เอสจี( ABATE 1% SG) เป็นทรายเคลือบสารทีมีฟอส (Temephose ) ความเข้มข้น 1 % สารทีมีฟอสเป็นสารเคมีกลุ่ม ออแกนโนฟอสเฟส(Organno Phosphate) ซึ่งมีฤทธิ์ทางระบบประสาทการหายใจของลูกน้ำยุง ชนิดต่างๆ
มีขนาด 25 กก./ถัง ขนาด 20 กรัม/ซอง ขนาด 50 กรัม/ซอง และ ขนาด 100 กรัม/ซอง รวมทั้งยังมีบรรจุ 20 กรัม ในซอง แบบถุงชา ซึ่งสามารถ ใส่ในตุ่มน้ำได้เลยโดยไม่ต้องบรรจุใหม่
ทรายอะเบท 1 % เอสจี เป็นเครื่องหมายการค้า ของบริษัทบีเอเอฟเอส ซึ่งเป็นการเรียกชื่อเหมือนชื่อสามัญทั่วไป ทำให้ผู้บริโภคหรือแม้แต่ผู้ขายเองเข้าใจผิด ฉะนั้น ทรายอะเบท คือทรายเคลือบสารทีมีฟอส 1 % ยี่ห้ออะเบท (หรือตราพระอาทิตย์ ) ควรใช้ทรายอะเบท ตามอัตรา

ที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง�
ก่อนใช้ทรายอะเบท ควรศึกษารายระเอียดและอ่านคำแนะนำ วิธีการใช้ในฉลาก และปฏิบัติโดยเคร่งครัด
สามารถขอรับทรายอะเบทหรือทรายทีมีฟอส กำจัดลูกน้ำยุงลาย ได้ที่ โรงพยาบาลของรัฐ,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ,สถานีอนามัย,สำนักงานเขต,สำนักงานเทศบาล,องค์การบริหารส่วนจังหวัด,องค์การบริหารส่วนตำบล,สำนักงานควบคุมโรคนำโดยแมลง,สำนักงานสาธารณสุขทุกแห่ง ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ




ประโยชน์ในการ กำจัดลูกน้ำ ยุงลายพาหะนำโรคไข้เลือดออก   เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 4 
 on: January 27, 2018, 04:23:25 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
กระบวนการทั่วไปที่ใช้บำบัดน้ำเสียมีดังนี้

1. วิธีการทางกายภาพ เป็นการใช้กระบวนการเชิงกลในการแยกสิ่งปนเปื้อนมีขนาดใหญ่และไม่ละลายน้ำออกจากน้ำ เช่น

การกรอง เป็นวิธีการง่ายๆ ใช้ตะแกรงหรือแผ่นกรอง กรองน้ำเสียเพื่อแยกขยะชิ้นใหญ่ไปกำจัดด้วยวิธีอื่นต่อไป

การตกตะกอน น้ำที่มีสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กกรองออกยากและหนักกว่าน้ำมาก เช่น กรวด ทราย การออกแบบให้มีแผ่นกั้นหรือทำทางน้ำไหลให้วกวน ดังภาพที่ 4 เพื่อเพิ่มระยะทางการไหลและทำให้น้ำไหลช้าลงก็จะช่วยให้สิ่งเจือปนตกตะกอน แยกออกจากน้ำได้ง่าย

การดูดซับ ด้วยตัวดูดซับที่เหมาะสม เช่น เรซิน ถ่านกัมมันต์ ก็เป็นวิธีการที่นำมาใช้ในกรณีที่สิ่งปนเปื้อนละลายน้ำ ไม่สามารถกรองด้วยตะแกรงได้และทำให้ตกตะกอนยากแต่กฎหมายกำหนดให้บำบัดเพราะเป็นพิษ เช่น สารเคมีที่ละลายอยู่ในน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม

น้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดด้วยวิธีการทางกายภาพหากเหลือความสกปรกน้อยกว่าที่กำหนดในกฎหมายก็ทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะได้เลย แต่ถ้ายังสกปรกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ต้องนำไปบำบัดด้วยวิธีอื่นต่อไป

2. วิธีทางเคมี น้ำเสียที่มีสารเคมีละลายอยู่ และไม่สามารถบำบัดด้วยวิธีทางกายภาพก็อาจเติมสารเคมีที่เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนรูปเป็นเกลือที่มีความเป็นพิษน้อยลง หรือทำให้ตกตะกอนแยกออกจากน้ำได้ง่ายขึ้น วิธีนี้สิ้นเปลืองเพราะต้องซื้อสารเคมีเพิ่มไปเรื่อยๆ

3. วิธีการทางชีววิทยา เป็นวิธีการที่เลียนแบบกระบวนการทางธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตดูดซับเอาสารอาหารจากธรรมชาติมาใช้ในการดำรงชีวิต โดยปรับสภาวะแวดล้อมให้สิ่งมีชีวิตในน้ำทิ้งเจริญอย่างรวดเร็ว สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นก็จะดูดซับเอาสิ่งปนเปื้อนในน้ำไปใช้เร็วขึ้น ทำให้น้ำสะอาดจนสามารถทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้โดยไม่ทำให้แหล่งน้ำที่รับน้ำทิ้งเน่าเสีย เนื่องจากสิ่งมีชีวิตในน้ำมีหลายรูปแบบทำให้สามารถเลือกมาใช้ให้เหมาะสมกับน้ำทิ้งแต่ละประเภทที่สกปรกไม่เท่ากัน โดยทั่วไปสิ่งมีชีวิตที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียมีสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ พืช และจุลินทรีย์

การใช้พืชบำบัดน้ำเสีย จัดเป็นรูปแบบหนึ่งของกระบวนการที่เรียกว่า Phytoremediation ซึ่ง Phytoremediation ครอบคลุมไปถึงการใช้พืชดูดซับสารพิษในดิน4 แต่ในกรณีนี้เป็นการทำพื้นที่ชุ่มน้ำ (wetland) โดยปลูกพืชที่ชอบพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น ธูปฤาษี กก พุทธรักษา เป็นต้น แล้วให้น้ำเสียไหลผ่าน พืชจะดูดซับสารปนเปื้อนจากน้ำรวมทั้งกรองตะกอนที่มีในน้ำ ทำให้น้ำสะอาดขึ้น ปัจจุบันมีแปลงสาธิตเพื่อแสดงการใช้พื้นที่ชุ่มน้ำบำบัดน้ำเสียที่โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี

การใช้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปทั้งในการบำบัดน้ำเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรม เพราะเป็นวิธีที่บำบัดน้ำให้สะอาดได้เร็ว ควบคุมง่าย ต้นทุนไม่สูงนัก หลักการคือปรับสภาวะในถังบำบัดน้ำเสียให้เหมาะกับการเจริญของจุลินทรีย์ ทำให้จุลินทรีย์แบ่งตัวเพิ่มจำนวนและดูดซับสารเข้าไปในเซลล์ น้ำจึงสะอาดขึ้น หลังจากนั้นแยกจุลินทรีย์ออกจากน้ำเพื่อให้น้ำสะอาด มีลักษณะสมบัติตามกฎหมายกำหนด เนื่องจากจุลินทรีย์มีทั้งแบบที่ใช้ออกซิเจนและแบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนในการหายใจ ระบบบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์จึงมีทั้งแบบที่ต้องเติมอากาศ และแบบที่ไม่ต้องเติมอากาศ

แบบที่ต้องเติมอากาศ สามารถบำบัดน้ำเสียได้เร็วเหมาะกับที่ๆ มีน้ำเสียมากพอที่จะไหลเข้าสู่ระบบทั้งวัน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่มีการผลิตต่อเนื่องตลอดวัน หรือแม้กระทั่งชุมชนขนาดใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ซึ่งมีน้ำเสียที่ต้องบำบัดถึงวันละกว่า 703,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน3 แต่การเติมอากาศ ทำให้ต้องเสียค่าไฟฟ้าและทำให้มีตะกอนจุลินทรีย์เกิดขึ้นมาก จึงต้องมีกระบวนการกำจัดตะกอนจุลินทรีย์ต่อไปอีก ต้นทุนการบำบัดจึงค่อนข้างสูง

แบบที่ไม่เติมอากาศ บำบัดน้ำเสียได้ช้ากว่าแบบเติมอากาศ จุลินทรีย์แบบนี้ต้องการสารอาหารมากจึงเหมาะกับน้ำเสียที่มีสารปนเปื้อนเข้มข้น เช่น โรงงานอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง อุตสาหกรรมแป้งและน้ำตาลเป็นต้น เมแทบอลิซึมของจุลินทรีย์แบบนี้เป็นการหมัก (fermentation) เป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกิดแก๊สมีเทนซึ่งสามารถเก็บรวบรวมเพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ (ภาพที่ 6) ในต่างประเทศมีการนำแก๊สมีเทนไปใช้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า ข้อด้อยของการบำบัดน้ำเสียแบบนี้คือน้ำที่ผ่านการบำบัดยังคงมีความสกปรกเหลืออยู่มาก ต้องนำไปบำบัดแบบเติมอากาศอีกครั้งจึงจะสะอาดพอที่จะทิ้งลงแหล่งน้ำสาธารณะได้





น้ำเน่าเสีย วิธีการทางกายภาพ การกรอง เป็นวิธีการง่ายๆ ใช้ตะแกรงหรือแผ่นกรอง เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 5 
 on: January 21, 2018, 06:38:11 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
ที่เกิดจากการประกอบอาหารในไลน์ผลิตอาหาร จากโรงอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเศษอาหารจากการล้างจานที่หลุดออกจากตะแกรงดักเศษอาหารไปที่บ่อดักไขมัน ย่อมก่อให้เกิดไขมันเกาะอยู่ตามท่อระบายน้ำ

เนื่องจากเกิดการสะสมของไขมันที่อยู่ในระบบและท่อระบายน้ำที่เรามองไม่เห็น เมื่อนานวันขึ้นก็จะทำให้ไขมันเริ่มจับตัวหนาเต็มบ่อดักไขมันและก็จะก่อให้เกิดบ่อดักไขมัน เต็ม ตัน และล้น ออกจากบ่อ ในระยะยาวทำให้ส่งกลิ่นเหม็นและยากต่อการกำจัดหรือทะลวง อีกทั้งยังจะก่อให้เกิดแหล่งกำเหนิดเชื้อโรค สัตว์และแมลงที่เป็นพาหะนำโรคชนิดต่างๆ และยิ่งไปกว่านั้นน้ำเสียจากโรงอาหารที่มีทั้งเศษอาหารและไขมันปะปนกันอยู่ ทำให้เกิดกลิ่นเน่าเหม็นเกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากจุลินทรีย์กลุ่มที่ให้โทษเข้าไปทำปฏิกิริยากับเศษอาหารและไขมันเหล่านี้

ดังนั้นเราจึงควรดูแลระบบด้วยการแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา โดยการใช้จุลินทรีย์กำจัดไขมันสำหรับบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยการหลักการทำงานง่ายๆคือ เพียงแค่ใส่จุลินทรีย์กำจัดไขมัน ลงไปในบ่อบัดน้ำเสีย ถังดักไขมัน หรืออ่างล้างจาน

โดยหลักการทำงานของจุลินทรีย์กำจัดไขมันคือ เข้าไปทำการย่อยสลายไขมันซึ่งเป็นอินทรีย์ที่ย่อยยากมากที่สุด และมีจุลินทรีย์น้อยชนิดที่จะสามารถทำการย่อยสลายไขมันไดดี ปัญหาของไขมันนอกจากจะทำให้ดูสกปรก ส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ยังจับตัวเป็นคราบอยู่ภายในท่อระบายน้ำ ทำให้การระบายน้ำไหลช้าและก่อให้เกิดการอุดตัน รวมถึงไขมันที่สะสมอยู่ภายในบ่อดักไขมัน เชื้อจุลินทรีย์ Bio Standard BS-03 สามารถกำจัดไขมันและคราบไขมันต่างๆได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องพึ่งโซดาไฟที่ทำลายท่อ และไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา และจุลินทรีย์ Bio Standard BS-03 ยังจะช่วยย่อยสลายไขมันให้มีปริมาณที่ลดลงๆเรื่อยหมดภาระในการตักไปทิ้ง





กำจัดไขมัน สำหรับบ่อบำบัดน้ำเสีย สำหรับบ่อบัดน้ำเสีย บ่อดักไขมัน  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 6 
 on: January 21, 2018, 06:21:07 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่?

จากสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความรุนแรงของไข้เลือดออกนั้นไม่ได้เกิดจากการที่มีไวรัสสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกมีร่างกายที่แข็งแรงมาก่อน บางครั้งมีแนวโน้มที่ร่างกายหรือภูมิต้านทานของร่างกายจะตอบโต้หรือมีปฏิกิริยาต่อเชื้อที่บุกรุกรุนแรงเท่านั้นเพื่อทำลายเชื้อไวรัส จนในบางครั้งการตอบสนองรุนแรงจนทำให้มีอาการและแสดงอาการที่รุนแรงได้

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคเฉียบพลัน ยังไม่มียารักษา
อัตราการตายจากโรคไข้เลือดออกของประเทศไทยถือว่าต่ำที่สุดในย่านอาเซียนจากการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังคงเป็นโรคที่น่ากังวลและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากไข้เลือดออกเป็นโรคที่เฉียบพลัน ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกอาจรุนแรงกระทั่งเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน บางรายมีแต่อาการไข้ เพลียในสองวันแรก วันที่ 3-4 อาการเริ่มทรุดหนัก วันที่ 5-6 อาจจะรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิตได้
ปัจจุบันแม้จะมีโครงการวิจัยยาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่ขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จในด้านยารักษาจำเพาะ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำในวันนี้คือการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงหรือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่ได้รับการจดทะเบียนใน 16 ประเทศแล้วรวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดยมีประสิทธิภาพป้องกันกว่าร้อยละ 65.6 ซึ่งหมายความว่า ในจำนวนคน 100 คนจะช่วยป้องกันโรคได้ 65 คน ส่วนที่อีก 35 คนยังอาจมีการติดเชื้อไข้เลือดออกได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลงได้กว่าร้อยละ 90

5 มาตรการป้องกันไข้เลือดออก
ผู้ป่วยต้องสังเกตอาการของตัวเอง แล้วรีบมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรคให้เร็ว และทำการรักษาให้เร็วที่สุด
จัดการระบบการเฝ้าระวังไวรัสไข้เลือดออก ซึ่งมีแค่ 4 สายพันธุ์
ทุกหน่วยงานต้องทำการควบคุมยุง ที่บ้านและชุมชนของตนเอง

ถ้ามีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ โดยเฉพาะในประเทศที่มีโรคไข้เลือดออกระบาดมาก ควรนำมาใช้ป้องกันโรค
ต้องมีการเก็บข้อมูลและทำวิจัยต่อไปอีก เพื่อให้ทุกอย่างมีการพัฒนาต่อไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับประชาชนทั่วไป จำไว้ง่ายๆ แค่ 3 ข้อ คือทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ระวังไม่ให้ตัวเองโดนยุงกัด และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีไข้ขึ้นสูงมากกว่า 2-3 วัน เท่านี้ก็จะช่วยลดอัตราการป่วย และเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้ง่ายๆ แล้วค่ะ






การป้องกัน ไข้เลือดออก ตั้งแต่ต้น เพื่อลดปัญหาจากต้นเหตุ   เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 7 
 on: January 21, 2018, 05:45:58 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
กรรมวิธีในการบำบัดน้ำเสีย

การบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำที่สะอาดก่อนปล่อยทิ้งเป็นวิธีการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาแม่น้ำลำคลองเน่าเสีย โดยอาศัยกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อลดหรือทำลายความสกปรกที่ปนเปื้อนอยู่ในห้องน้ำได้แก่ ไขมัน น้ำมัน สารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ สารพิษ รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆ ให้หมดไปหรือให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อปล่อยทิ้งลงสู่แหล่งน้ำก็จะไม่ทำให้แหล่งน้ำนั้นเน่าเสีย อีกต่อไป
ขั้นตอนในการบำบัดน้ำเสีย

เนื่องจากน้ำเสียมีแหล่งที่มาแตกต่างกันจึงทำให้มีปริมาณและความสกปรกของน้ำเสียแตกต่างกันไปด้วยในการ ปรับปรุง คุณภาพของน้ำเสียจำเป็นจะต้องเลือกวิธีการที่เหมาะสมสำหรับกรรมวิธีในการปรับปรุงคุรภาพของน้ำเสียนั้นก็มีหลายวิธีด้วยกันโดยพอจะแบ่งขั้นตอนในการบำบัดออกได้ดังนี้

การบำบัดน้ำเสียขั้นเตรียมการ (Pretreatment)
เป็นการกำจัดของแข็งขนาดใหญ่ออกเสียก่อนที่น้ำเสียจะถูกปล่อยเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อป้องกันการอุดตันท่อน้ำเสีย และเพื่อไม่ทำความเสียหายให้แก่เครื่องสูบน้ำ การบำบัดในขั้นนี้ได้แก่
การดักด้วยตะแกรง เป็นการกำจัดของแข็งขนาดใหญ่โดยใช้ตะแกรง ตะแกรงที่ใช้โดยทั่วไปมี 2 ประเภทคือ ตะแกรงหยาบและตะแกรงละเอียด
การบดตัดเป็นการลดขนาดหรือปริมาตรของแข็งให้เล็กลง ถ้าสิ่งสกปรกที่ลอยมากับน้ำเสียเป็นสิ่งที่เน่าเปื่อยได้ต้องใช้เครื่องบดตัดให้ละเอียด ก่อนแยกออกด้วยการตกตะกอน
การดักกรวดทราย เป็นการกำจัดพวกกรวดทรายทำให้ตกตะกอนในรางดักกรวดทราย โดยการลดความเร็วน้ำลง
การกำจัดไขมันและน้ำมันเป็นการกำจัดไขมันและน้ำมันซึ่งมักอยู่ในน้ำเสียที่มาจากครัว โรงอาหาร ห้องน้ำ ปั๊มน้ำมัน และโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิดโดยการกักน้ำเสียไว้ในบ่อดักไขมันในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้น้ำมันและไขมันลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำแล้วใช้เครื่องตักหรือกวาดออกจากบ่อ

การบำบัดน้ำเสียขั้นที่สอง (Secondary Treatment)
เป็นการกำจัดน้ำเสียที่เป็นพวกสารอินทรีย์อยู่ในรูปสารละลายหรืออนุภาคคอลลอยด์ โดยทั่วไปมักจะเรียกการบำบัด ขั้นที่สองนี้ว่า การบำบัดน้ำเสียด้วยขบวนการทางชีววิทยา เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยจุลินทรีย์ในการย่อยสลาย หรือทำลายความสกปรกในน้ำเสีย การบำบัดน้ำเสียในปัจจุบันนื้อย่างน้อยจะต้องบำบัดถึงขั้นที่สองนี้ เพื่อให้น้ำเสียที่ผ่าน การบำบัดแล้วมีคุณภาพมาตรฐานน้ำทิ้งที่ทางราชการกำหนดไว้ การบำบัดน้ำเสียด้วยขบวนการทางชีววิทยาแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขบวนการที่ใช้ออกซิเจน เช่น ระบบบ่อเติมอากาศ ระบบแคติเวตเตดสลัดจ์ ระบบแผ่นหมุนชีวภาพ ฯลฯ และ ขบวนการที่ไม่ใช้ออกซิเจน เช่น ระบบถังกรองไร้อากาศ ระบบถังหมักตะกอน ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของจุลินทรีย์ ที่ทำหน้าที่ย่อยสลาย




การบำบัด น้ำเน่าเสีย ขั้นเตรียมการ (Pretreatment)  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 8 
 on: January 12, 2018, 09:37:32 pm 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น
วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา
หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ
วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ
หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา

5. เครื่องดูดฝุ่น ดูดหมดทุกสิ่งอุดตัน
ถ้าที่บ้านมีเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถใช้ทำงานได้ทั้งพื้นที่เปียกและพื้นที่แห้ง แนะนำให้เปิดระบบการทำงานเครื่องดูดฝุ่นให้เป็นแบบเปียก จากนั้นเปิดน้ำหล่อท่อเอาไว้แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นจ่อลงไปที่ปากท่อ แล้วดูดสิ่งอุดตันท่อออกมาให้หมด

6. โซดาไฟ กัดคราบสกปรกให้หลุดออกจากท่อน้ำ
วิธีนี้ควรใช้แก้ปัญหาส้วมอุดตันเท่านั้นและควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันด้วย ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นป้องกันสายตา และหน้ากากอนามัย แล้วก็ลงมือผสมโดยการเทน้ำเย็นลงในถังประมาณ แกลลอน ตามด้วยโซดาไฟอีก 3 ถ้วยตวง ใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน เมื่อเกิดฟองฟู่และไอร้อนก็รีบเทลงในชักโครก ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วค่อยเทน้ำต้มเดือดราดลงไป

7. น้ำยาล้างจาน ล้างคราบไขมันให้หายเกลี้ยง
แม้การใช้น้ำยาล้างจานอาจจะดูเป็นวิธีที่ค่อนข้างเบาแต่กลับได้ผลเกินคาด โดยเทน้ำยาล้างจานลงไปในท่อประมาณ ถ้วยตวง แล้วตามด้วยน้ำต้มเดือด น้ำยาล้างจานจะลงไปกัดคราบไขมันให้หลุดออกจากท่อ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้สวมถุงมือยาง แล้วล้วงมือลงไปดึงเศษขยะที่ติดอยู่ออกมา ก็จะช่วยแก้ปัญหาท่ออุดตันได้ดีกว่า

8. ถอดท่อน้ำออกมาทำความสะอาด
หากท่อน้ำทิ้งที่อ่างล้างหน้าหรืออ่างล้างจานเกิดอุดตันแบบขั้นหนัก แนะนำให้ถอดท่อน้ำออกมาทำความสะอาดเลยจะดีกว่า ก่อนอื่นปิดวาล์วน้ำให้น้ำหยุดไหล แล้วนำถาดมารองไว้ใต้ท่อน้ำด้านล่าง จากนั้นค่อย ๆ ถอดท่อน้ำข้อต่อระหว่างอ่างกับผนังออกมาทีละส่วน แล้วใช้แปรงสีฟันขัดถูทำความสะอาดสิ่งอุดตันออกให้หมด จากนั้นนำที่ปิดน้ำตรงปากท่อน้ำทิ้งออกมาทำความสะอาด แล้วจัดการต่อท่อกลับไปให้เหมือนเดิม

9. น้ำส้มสายชูและเกลือ
อีกหนึ่งสูตรช่วยกำจัดสิ่งอุดตันท่อแบบไร้สารพิษทำลายล้างท่อน้ำ โดยเทเกลือขนาด ถ้วยตวง เบกกิ้งโซดาอีก ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชูอีก ถ้วยตวงลงไปในท่อน้ำ แล้วทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นเทน้ำต้มเดือดตามลงไปเพื่อล้างคราบไขมันที่ติดอยู่ในท่อและกำจัดสิ่งสกปรกให้หมดไป

10. ผลิตภัณฑ์เอนไซม์ แบบไม่ทำลายท่อน้ำ
ผลิตภัณฑ์น้ำเอนไซม์มีวางขายตามห้างร้านทั่วไป หากจะนำมาใช้เพื่อทำความสะอาดท่ออุดตันแนะนำให้เลือกเอนไซม์ชนิดที่เป็นออแกนิกส์ เพราะไม่ทำลายพื้นผิวของท่อน้ำ อ่านและทำตามฉลากด้านข้างขวดอย่างเคร่งครัด จากนั้นก็ปล่อยให้เอนไซม์ทำงานโดยการทิ้งไว้ 1 คืน แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งในตอนเช้า




วิธีแก้ปัญหาน้ำตัน กำจัดไขมัน ด้วยน้ำส้มสายชู  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่http://www.bcithailand.net/

  Reply  |  Reply with quote  


 9 
 on: January 12, 2018, 09:22:34 pm 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
โรคไข้เลือดออกต้องระวังยุงชนิดไหน

ยุงลายเป็นพาหะตัวร้ายของ โรคไข้เลือดออก ทางที่ดีที่จะป้องกันโรคไข้เลือดออกในเบื้องต้น คือการป้องกันตัวเองและคนรอบข้างไม่ให้โดนยุงกัด โดยเฉพาะยุงลาย ถ้ากำจัดลูกน้ำยุงลายบริเวณรอบ ๆ บ้านได้จะยิ่งดี
ยุงลายชอบกัดตอนไหน ช่วงไหนควรระวังพาหะไข้เลือดออก

ยุงลายที่กัดเราแล้วจะทำให้เป็นโรคไข้เลือดออกมีเฉพาะยุงลายตัวเมียเท่านั้น เพราะยุงลายตัวเมียต้องการโปรตีนจากเลือดเพื่อสร้างไข่ และมักจะออกหาเหยื่อในช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน ฉะนั้นช่วงกลางวันจึงเป็นช่วงเวลาอันตรายที่ต้องเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัดมากที่สุด แต่ทั้งนี้ช่วงเวลาไหน ๆ ก็อย่ายอมให้ยุงมาดูดเลือดเลยน่าจะปลอดภัยกว่า

ยุงกัดเพราะอะไร ระวังไว้ ก่อนป่วยไข้เลือดออก !

มาดูกันยุงชอบกัดคนประเภทไหน

ไข้เลือดออก

อาการของ ไข้เลือดออก

อาการของ ไข้เลือดออก ไม่จำเพาะอาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ในผู้ใหญ่ที่เป็น ไข้เลือดออก อาจจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่คิดว่าเป็น โรค ไข้เลือดออก อาจจะทำให้การรักษาช้า ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิต ทั้งนี้ลักษณะที่สำคัญของ ไข้เลือดออก มีอาการสำคัญ 4 ประการคือ

1. ไข้สูงลอย : ไข้ 39-40 องศาเซลเซียส มักมีหน้าแดง โดยมากไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ เด็กโตอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5 วัน

2. อาการเลือดออก : เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะ โดยจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ มีจุดเลือดออกตามตัว

3. ตับโต

4. ความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด หรือช็อก : มักจะเกิดช่วงไข้จะลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ

ตับอักเสบจากไข้เลือดออก อีกหนึ่งอาการที่ต้องระวัง

อาการตับอักเสบอย่างรุนแรง สามารถพบได้ในผู้ป่วยไข้เลือดออกเช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นกรณีที่เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายตับ หรือเกิดจากการที่ตับถูกทำลายเพราะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นหากมีอาการไข้เลือดออกแล้วก็ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดหากเกิดอาการตับอักเสบจะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงที

ลักษณะตุ่มไข้เลือดออก

ตุ่มโรคไข้เลือดออกจะคล้ายกับตุ่มยุงกัดทั่วตัว และใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัด แต่จะสังเกตได้ว่า ถ้าเป็นไข้เลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล และจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัด และเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา ซึ่งถ้ามีอาการตามนี้ร่วมกับมีไข้สูงตลอดเวลา ควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยด่วน




ไข้เลือดออก นอกจากจะเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย  เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


 10 
 on: January 09, 2018, 08:17:08 am 
Started by siritidaphon - Last post by siritidaphon
สำหรับปัญหาที่พบได้บ่อยๆ ในที่อยู่อาศัยคงต้องหนีไม่พ้นปัญหาในห้องน้ำเป็นแน่ โดยเฉพาะเวลาใช้งานห้องน้ำไปนานๆ จะพบปัญหาที่ตะแกรงท่อน้ำทิ้งนั้นระบายน้ำได้ช้า บางทีก็ถึงขั้นท่อตัน น้ำขังเลยทีเดียว ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ใช้ห้องน้ำนั้นๆ บางนก็ถึงกับต้องถอดตะแกรงออกมาเพราะพบว่าทำให้น้ำไหลระบายได้ดีขึ้น

แต่ขอแนะนำไว้เลยว่าวิธีการถอดตะแกรงนี้ออกไม่ควรเลยอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลอุดตันอย่างที่แก้ไขได้ยากในอนาคต และปกติแล้วตะแกรงนั้นจะสามารถกรองกลิ่นได้ด้วย เมื่อถอดตะแกรงนี้ออกกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหลายก็อาจออกมาได้

สำหรับการแก้ปัญหาตะแกรงท่อน้ำทิ้งระบายน้ำช้านั้นสามารถทำได้เอง โดยที่ไม่ต้องรอช่างมาทำให้ การแก้ปัญหานี้ง่ายๆ เลย คือ อันดับแรกเราต้องเปิดตรงตะแกรงครอบปากท่อออกมาก่อน เมื่อเราเปิดตะแกรงเหล่านี้ออกมาแล้วก็ให้ทำความสะอาดโดยกวาดปัดเศษสิ่งสกปรกจากปากท่อ โดยไม่ควรปัดเศษสิ่งสกปรกลงไปในท่อนั้น ควรนำใส่ถุงขยะเพราะถ้าหากคุณทิ้งเศษสิ่งสกปรกนั้นอาจทำให้เกิดการอุดตันในท่ออีกได้

ตรงระหว่างตะแกรงและท่อจะมีส่วนที่ครอบกันอยู่ ซึ่งตรงนี้มักมีเศษสิ่งสกปรกต่างๆ ลงไปอยู่ เศษระหว่างช่องเหล่านี้นั่นเองที่เป็นเหตุให้น้ำไหลระบายได้ช้า ดังนั้นในการทำความสะอาดจึงต้องดูให้ดีว่าเราได้ทำความสะอาดเอาเศษสิ่งสกปรกนี้ออกไปหมดหรือยัง ถ้าเห็นว่าสะอาดหมดจดแล้วก็ครอบตะแกรงกลับไปให้เหมือนเดิมอีกครั้งเหมือนตอนแรก

สิ่งที่จะแนะนำเลยก็คือ การเปิดฝาตะแกรง ฝาตะแกรงแต่ละแบบจะเปิดได้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าคุณลองเปิดฝาตะแกรงแล้วเปิดไม่ออกก็ลองดูว่าตะแกรงท่อระบายน้ำเหล่านี้มีเขี้ยวหรือล็อกอะไรไหม แล้วจึงเปิดออก รับรองว่าตะแกรงท่อระบายน้ำเหล่านี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้แกะไม่ออกแน่นอน

ก่อนจะจบบทความนี้ไป ก็อยากแนะนำอะไรอีกเพิ่มเติม เพิ่อเราแกะตะแกรงท่อระบายน้ำเหล่านี้และทำความสะอาดเสร็จสิ้นแล้ว เราจะพบเห็นว่าบางส่วนเกิดสนิมแล้ว ข้อแนะนำที่จะแนะนำคือ การเปลี่ยนฝาตะแกรงและท่อระบายน้ำเหล่านี้ทำได้ค่อนข้างที่จะยุ่งยาก ดังนั้นถ้าหากจะเปลี่ยนท่อใหม่หรือกำลังสร้างท่อระบายน้ำใหม่ขอแนะนำเลยว่าให้ใช้ท่อระบายน้ำที่มีคุณภาพดีหน่อย แม้ราคาจะแพง แต่ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาเสียค่าบำรุงรักษา และเสียเวลาในการเปลี่ยนท่อระบายน้ำพวกนี้อีก





กำจัดไขมัน แก้ปัญหาเบื้องต้นสำหรับตะแกรงท่อน้ำทิ้งระบายน้ำช้าหรือ ท่อตัน แบบไม่ต้องรอช่าง   เพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.bciworld.net/
  Reply  |  Reply with quote  


Pages: [1] 2 3 ... 10
+-Recent Topics
Powered by EzPortal
Bookmark this site! | Upgrade This Forum
SMF For Free - Create your own Forum

Buy traffic for your forum/website
traffic-masters
Powered by SMF | SMF © 2016, Simple Machines